นักลงทุนชาวอินเดียทำ คริปโตเคอร์เรนซี่ พุ่งขึ้นสูงกว่า 115 ล้านคน!

นักลงทุนชาวอินเดียทำ คริปโตเคอร์เรนซี่ พุ่งขึ้นสูงกว่า 115 ล้านคน!

จากสถานการณ์ที่นักลงทุน คริปโตเคอร์เรนซี่ ในประเทศอินเดีย แสดงให้เห็นว่า นักลงทุน 115 ล้านคนยังคงลงทุนกับคริปโตอย่างต่อเนื่องส่งผลให้กระแสพุ่งสูงขึ้น

จากการสำรวจของ Kucoin รายงานว่า ช่วงเดือนตุลาคมปี 2021 – เดือนมิถุนายน ปี 2022 นักลงทุนชาวอินเดีย ยังคงลงทุนให้กับ คริปโตเคอร์เรนซี่ อย่างต่อเนื่อง โดยผู้ทำวิจัยได้คาดการณ์ไว้ว่า เป็นส่วนหนึ่งที่ประเทศอินเดียเริ่มเปิดกว้างกับการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีบล็อกเชนกับพื้นที่ในการลงทุนคริปโต แม้ว่าตลาดคริปโตมีความผันผวนสูงและอาจทำให้เข้าสู่ช่วงขาลงอีกครั้ง จากการสำรวจประชากรชาวอินเดียระหว่างอายุ 18-60 ปี จำนวน 2,042 คนโดยแยกออกเป็น คนที่ลงทุนในคริปโตจริงๆ 1,541 คน และคนที่ไม่แน่ใจในการลงทุนอีก 501 คน ที่ได้ให้ความสนใจในช่วง 6 เดือนที่จะมาถึง

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคริปโตได้ ที่นี่

แม้ว่าการสำรวจในครั้งนี้จะมีการตอบแบบสอบถามไม่มากนัก แต่ผลที่ออกมาในงานวิจัยนี้ แสดงการคาดการณ์ว่า นักลงทุนกว่า 115 ล้านคน ได้ให้ความสนใจในการเข้ามาลงทุนคริปโตมากขึ้น คาดว่าประชากรวัย 18-60 ปี จะมีเข้ามาลงทุนมากขึ้น 15% และในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมายังมีนักลงทุนเพิ่มเข้ามาอีกเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องของการเข้าออกภาษีอยู่ก็ตาม และยังร่วมไปถึงคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสนใจส่งผลให้ผู้คนสนใจมากยิ่งขึ้นนั่นเอง เพราะคนรุ่นใหม่ได้เข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับคริปโตมากขึ้นอีกด้วย

ตัวอย่างสาเหตุที่ทำให้คริปโตร่วง

คือ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ เมื่อย้อนกลับไปเมื่อต้นปี 2020 ธนาคารกลางสหรัฐหรือ Fed  ได้ลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อรับมือภาวะเศรษฐกิจชะงักจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 จากเหตุการดั่งกล่าวส่งผลให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในครัวเรือและด้านธุรกิจมากขึ้น เมื่อหลายประเทศเริ่มมีการคลายล็อกดาวน์และปรับเปลี่ยนแผนเกี่ยวกับธุรกิจ เรียกได้ว่า ทำให้เกิดการหมุนเวียนเม็ดเงินและอุปสงค์ของผู้บริโภคมากเกิน จนนำมาสู่อัตราเงินเฟ้อสูงสุดในรอบ 40 ปี ยังร่วมไปถึงตลาดคริปโต เพราะนักลงทุนมีเงินพร้อมลงทุน แต่ผู้คนไม่ได้รายได้เพิ่มขึ้นตามราคาสินค้าและสินทรัพย์ อาจก่อให้เกิดความเสียหายในด้านการเติบโตเศรษฐกิจได้แบบวงกว้าง เพื่อยับยั้งอุปทานสำหรับเงินเฟ้อ และปรับขึ้นของดอกเบี้ยในอนาคต ธนาคารกลางสหรัฐจึงประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยขึ้นมา 0.5% เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม ปี 2022 นี่ถือเป็นการปรับดอกเบี้นที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 20 ปี

ด้วยเหตุที่ทำให้นักลงทุนต่างกังวล จึงพากันเทขายสินทรัพย์ที่ถือครองอยู่ ส่งผลให้ตลาดลงทุนดิ่งทั้งกระดาน แม้กระทั่งมูลค่าตลาดคริปโตที่ร่วงครึ่งหนึ่งจากจุคพีค มาอยู่ที่ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ฯ หรืออย่าง ดัชนีหุ้น Nasdaq และ S&P 500 ที่ตกมากกว่า 20% ตั้งแต่เริ่มต้นปี

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ TOMITECH